ประวัติแบดมินตัน

จุดเริ่มต้นของกีฬาการเล่นลูกขนไก่แบบเก่าที่เรียกว่า battledore ซึ่ง ต่อมาก็ได้กลายเป็นการ เล่นแบดมินตันอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นอดีตที่สูญหายไปในประวัติศาสตร์การกีฬา ซึ่งแม้ ว่าจะมีการค้นคว้า อย่างหนักก็ตามก็ ค้นพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกีฬาที่ว่านี้น้อยมาก หลักฐาน ที่พอจะค้นพบได้ก็คือ ลูกขนไก่แบบ หยาบๆ กับไม้หลายขนาด เป็นรูปทรงที่ไม่สามารถ เรียกว่า แร็กเกต อย่างในปัจจุบันนี้ ได้เลย

รูปแบบ การเล่นกีฬาเก่าแก่อันนี้ในอังกฤษ ช่วงปลายศตวรรษ ที่ 14 นั้น ใช้ผู้เล่นสองคนตีได้ลูก ที่ดูคล้ายจรวดด้วยไม้หนาๆ พอมาถึงในศตวรรษที่ 17 แบบ การเล่นและอุปกรณ์ในฝรั่งเศส, สวีเดน และประเทศแถบอื่นๆ ในยุโรป ต่างก็แสดงให้เห็น ถึงชนิดของอุปกรณ์การเล่นตามแบบ อดีตอันเก่าแก่ และมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายในหมู่คน ทุกชนชั้นในหลายๆ ประเทศ

ในช่วงเริ่มแรกของการกำเนิดลูกขนไก่ และรวมทั้งเกมการเล่นด้วยนั้น ได้รับความรู้จักกันในฐานะของลูกบอลขนไก่ มีลักษณะคล้ายลูกบอล เส้นผ่าศูนย์กลางราว 1 นิ้วครึ่ง ทำจากผ้า, ขน สัตว์ หรืออาจจะเป็นขนไก่ นิ่มที่อัดแน่นเป็นก้อน ใช้แทนลูกขนไก่แบบหยาบในขณะเดียวกัน ลูก กอล์ฟ ในสมัยโบราณก็ใช้วิธีการทำเช่นเดียวกันนี้ และเป็นที่รู้จักกันดีว่าน้ำหนัก ของลูกขนไก่นี้ ต้องหนักเท่ากับจำนวนขนไก่ที่ใส่เอาไว้ในหมวกทรงสูงจนเต็ม ลูกขนไก่ยุคดั้งเดิมนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เพราะสามารถทำ ตามรูปร่าง และขนาดได้หลายแบบ เพราะผู้เล่นแต่ละกลุ่ม ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ว่าจะตีลูกแบบไหนถึงจะคล่องมือ แต่โดยทั่วไปแล้วที่ฐานจะทำจากไม้ แล้วมีขนไก่ติดอยู่อย่างไม่จำกัดจำนวน ในยุคนั้น ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการขลิบให้ขนไก่มีระดับเท่ากัน ขนไก่จึงยาวมาก แล้วก็ใช้แต่ขนนกเพียงอย่างเดียว อีกอย่างหนึ่งคือ แม้ว่าในยุคนั้นคนในยุโรป และโรมัน ต่างก็รู้จักใช้ไม้ก๊อกกันแล้ว แต่ในอังกฤษกลับมีการพัฒนาการใช้ไม้ก๊อกกับลูกขนไก่ช้ามาก มีการบันทึกกันอย่างเป็นหลักฐานว่า ฝรั่งเศสเพิ่งส่งไม้ก๊อกมาให้อังกฤษ ในปี 1780 เข้าไปแล้ว มาในรูปของฝากจุกแชมเปญนั่นแหละ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 มีข้อยืนยันเกี่ยวกับลูกขนไก่ที่ค่อนข้างเหมือนฝาจุกแชมเปญมาก ซึ่งคงมาจากการที่คนอังกฤษรู้ว่าไม้ก๊อกมีประโยชน์มากอย่างไร แทนที่จะใช้ไม้ที่หนักกว่า แต่ขนไก่ยังคงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของลูกขนไก่ มานานนับศตวรรษตั้งแต่ยุคเริ่มแรก ของการเล่นเกมการแข่งขันชนิดนี้แล้ว

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า การพัฒนาการใช้ขนไก่นั้น คงมาจากการใช้ปากกาขนนกของคนในสมัยโบราณด้วย ขณะที่ใช้ทำปากกาส่วนมากจะใช้ขนตรงปีกของห่าน เพราะมีความยาว และแข็งแรงกว่าขนนก หรือขนไก่นอกจากนี้ยังสามารถ ตัดให้สั้น หรือนำมาตกแต่งได้มาก จึงเหมาะที่จะนำมาใช้เป็นลูกขนไก่ ที่มีอายุการใช้งานในการเล่นได้นานมาก ด้วย รูปร่างของลูกขนไก่ในสมัยเริ่มแรกนั้น เป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะ น่าสนใจมากพสมควร แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับประโยชน์การใช้งาน ในยุคเริ่มแรก เพื่อการนำมาวิเคราะห์ในเรื่องแบบของลูกขนไก่ยุคนั้น แต่หลักฐานเริ่มแรก เริ่มขึ้นในฝรั่งเศสในการเล่นกีฬาที่ต้องใช้แร็กเกตนั้น มีการเปลี่ยนแปลง เพียงเล็กน้อยจากปัจจุบัน เพียงแต่การออกแบบลูกขนไก่ที่ว่านี้ ยังเป็น ปริศนาที่ยังไม่มีใครสามารถไขได้ เช่นเดียวกับลูกเทนนิสในยุคเริ่มแรก แม้ว่าวิถีการพุ่งของ ลูกจะแตกต่างกัน ลูกขนไก่ในสมัยนั้น นิยมใช้เล่นกันกลางแจ้ง และเป็นลูกบอลขนนก บางทีก็ไม่มีน้ำหนักมากนัก ทำให้ลูกปลิวตามลมไกลเกินไป ยากแก่การตามเก็บ ทำให้มีคนพยายามที่จะออกแบบลูกขนไก่แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการตีโต้ได้ดีขึ้น

จากบันทึกเกี่ยวกับเรื่องของลูกขนไก่ ซึ่งพบที่แบดบินตันเฮ้าส์ ที่ประทับของดุ๊กส์ แห่งบิวฟอร์ด ในศตวรรษที่ 17 และเป็นสถาน ที่ซึ่งใช้เป็นชื่อเรียกการแข่งขัน ชนิดนี้ในเวลาต่อมาพบว่า เกมในยุคนั้น ยึดถือเอาการตีโต้โดยไม่ให้ลูกตกดิน ระหว่างผู้เล่นทั้งสองให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางทีระยะการลอยของลูกก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ต่อกติกา และจากบันทึกภายในครอบครัวนั้น พบว่ามีผู้หญิงซึ่งเป็นสมาชิก 2 คน สามารถตีโต้กันได้นานถึง 2,000 ครั้ง โดยที่ลูกไม่ตกลงพื้น ในช่วงปี 1860 มีการถกเถียงกันในกลุ่มนักตีลูกขนไก่ทั้งหลาย เพื่อค้นหาวิธีการเล่นที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยการใช้เชือกขึงตรงกลาง แล้วก็ใช้วิธีตีโต้ข้ามเชือกไปมา แต่ยังไม่มีการกำหนด เขตแดนอยู่เหมือนเดิม

กีฬาแบดมินตันในยุคเริ่มแรกก็เกิดขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยรับความนิยมอย่าง มากจากเด็ก และผู้ใหญ่ มีลูกขนไก่แบบโบราณซึ่งอยู่ในสภาพดีเป็นจำนวนมาก ถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่แบดมินตันเฮ้าส์ มีทั้งรูปร่าง และขนาดแตกต่างกันออกไป แต่ก็ล้วนแล้วแต่ใหญ่ และหนักกว่าลูกขนไก่ในปัจจุบันมาก มีกำมะหยี่หุ้ม ที่ฐาน และผูกริบบิ้นสีสวยเอาไว้ บางอันก็มีขนห่านติดอยู่ซึ่งอาจจะเอามาจากขนปากกา แต่ส่วนมากทำจากขนไก่ ลูกขนไก่เหล่านี้ได้รับการเก็บรักษาอย่างดี แต่คนที่ได้เห็น คงไม่รู้หรอกว่า กว่าจะเอามันมาเล่นโต้กันได้นี่ ยากลำบากแค่ไหน

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เริ่มมีกฎกติกาในการเล่นเป็นแบบแผน และมีการตกลง กันอย่างเป็น ทางการ มีการกำหนดขนาดและรูปร่างของสนามในการเล่น จำนวนผู้เล่นในแต่ละฝ่าย รวมทั้งขนาด และน้ำหนักของลูกขนไก่ Imageการกำหนดเหล่านี้เริ่ม เป็นรูปเป็นร่างในที่สุดแต่เกมการแข่งขันยังยึดที่จะเล่นกันในกลางแจ้งเกือบตลอด ทุกครั้ง เกมการแข่งขันลูกขนไก่อันน่าสนุกนี้ ได้รับการเผยแพร่ไกลออกไป จนถึงอินเดีย ช่วงที่ยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ โดยเจ้าหน้าที่ทหารอังกฤษ และภรรยาเป็น ผู้ นำการเล่นนี้มาเผยแพร่ลูกขนไก่ที่ผลิตในอินเดีย มักจะทำขึ้นในบริเวณที่มีการเล่น เป็นงานศิลปะเสียเป็นส่วนใหญ่ ใช้ไม้อ่อน หรือไม้ก๊อกอย่างหยาบเป็นฐาน และใช้ขนไก่ ซึ่งทำให้การตีลูกไม่ตรงเท่าที่ควร

คนทำลูกขนไก่ส่วนมากต่างก็มีแนวความคิดในการออกแบบของตัวเอง ว่าจะต้องดีที่สุด อย่างลูกขนไก่อันหนึ่ง ซึ่งทำขึ้นในปี 1865 ถูกเก็บรักษาอย่างดีเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ ใช้ขนไก่ 36 อัน ยาวอันละ 4 นิ้ว และมี ความกว้าง 5 นิ้ว ครึ่ง แต่ไม่มีการเย็บรอบๆ ขนเพื่อควบคุมการพุ่งของลูก ทำให้ลูกพุ่งได้ไม่ไกลนัก ที่ฐานคลุมด้วยกำมะหยี่ และเย็บเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ และผูกด้วยเชือกอีกทีหนึ่ง น้ำหนักของลูกขนไก่ลูกนี้มากกว่าหนึ่งออนซ์ ในขณะที่ลูกขนไก่ในปัจจุบันหนักแค่ 1/5 ออนซ์เท่านั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันคงจะเป็นลูกขนไก่ที่มี ประสิทธิภาพมากในยุคนั้น เพราะยังไงเสียมันก็เป็นหลักฐานแสดงว่า เป็นลูกขนไก่ที่ใช้ในการประกวดการผลิตลูกขนไก่ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศในบรรดาลูกขนไก่ที่มี น้ำหนักมากกว่าทั้งหลายนอกจากนี้ยังมีลูกขนไก่อีกอันหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีในพิพิธภัณฑ์เดียวกัน มีขนไก่ 19 อัน ความยาว 3 นิ้ว มีฐานเป็นไม้ก๊อก พื้นเรียบ มีริบบิ้นผูกติด เอาไว้ด้วย แล้วก็เป็นลูก ขนไก่ซึ่งนิยมใช้เล่นกันมากในช่วงปี 1920 ด้วย ต้องนับว่า เรายังโชคดีกว่าคนสมัยก่อนมาก ที่ไม่ต้องออกแรงหวดลูกขนไก่ที่หนักมากอย่างในสมัยก่อน เพราะไม่งั้นคงมือโตกันไปตามๆ กันก่อนแน่

มีช่วงหนึ่งที่คนเล่นในสมัย ก่อนประสบปัญหาที่ว่าแผ่นหนังที่หุ้ม battledore ของ ตัวเองนั้น มีเสียงดังเกินไป ในเวลาเล่น และไม่แข็งแรงพอที่จะทานน้ำหนักที่หนักมากของ ลูกขนไก่เลยทำให้ คนพยายามคิดค้นการใช้เส้นเชือกมาขึงเอาไว้บนเฟรมไม้ตี ตอนแรกนั้น ยังเป็นแค่เส้นหนังที่ขึงเป็นเส้นๆ เรียงกัน จนกระทั่งมีคนคิดค้นวิธีการนำเส้นเอ็นมาใช้แทน การใช้เอ็นขึงบนไม้ เริ่มมีขึ้นครั้งแรกในรอยัลเทนนิส ในฝรั่งเศสกีฬาที่มีการก่อตั้งขึ้น ในยุคนั้นดูเหมือนว่า คนจะคิดใช้ประโยชน์จากเส้นเอ็นสำหรับเครื่องดนตรี เท่านั้นเอง ก่อนที่จะมีการนำมาใช้กับแร็กเกตโดยเฉพาะ มีการบันทึกเอาไว้ว่าการ นำเอาเส้นเอ็นมาขึง บนไม้ตีแบดในอังกฤษเป็นครั้งแรก อยู่ในช่วงปี 1880 หลังจากที่พวกสโมสรชั้นสูงมีการคิดค้นกันขึ้นมา แล้วกลายเป็นที่ยอมรับกัน เพราะมันยืดหยุ่นได้ดีกว่าหนัง และมีอายุการใช้งานนาน เป็นที่น่าพอใจด้วย ช่วงนั้นอีกเหมือนกัน ที่มีคนพยายามจะผลิตลูกขนไก่ให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้มีน้ำหนักเบาขึ้น และให้ขนที่แผ่ออกมานั้นมีวงแคบลง เพื่อจะได้ตีได้ไกลมากขึ้น พบว่าคอร์ตบางแห่งมีความยาวถึง 55 ฟุต และอาจจะยาวเพิ่มมากขึ้นไปอีกตามความเหมาะสม อย่างเช่นการเล่นคู่ที่ต้องการให้สะดวกมากที่สุด การพัฒนาทั้งเกมการเล่น และลูกขนไก่เองนั้น เริ่มเกิดขึ้นโดยพวกนายทหารอังกฤษที่ประจำการในอินเดีย การเล่นแบดมินตันจากการเผยแพร่ของ พวกเขาทำให้ มันกลายเป็นที่นิยมในอินเดียอย่างแพร่หลาย และการเล่นกันกลางแจ้ง ถือว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดาเพิ่มมากขึ้น บางที่ก็มีการเล่นกันใน อินเตอร์ โดยเฉพาะในค่ายทหาร เชื่อว่ากฎเกณฑ์หยาบๆ ในการแข่งขันนั้น มีขึ้นที่เมืองปูนา ในช่วงปี 1874 แต่ก็ยังไม่มีราย ละเอียด เกี่ยวกับเรื่องลูกขนไก่ และระยะเขตแดนอย่างไร หลังจากนั้นไม่นาน ในปีเดียวกันสโมสรทหารก็ได้รับ การก่อตั้งขึ้นที่เมืองฟอล์คสโตน ในอังกฤษ ซึ่งใกล้กับป้อมชอร์นคลิฟฟ์ และเมืองปอร์ตสมัธ

เชื่อว่ามีการเริ่มเล่นอย่างแพร่หลายโดยพวกทหาร ทั้งพวกที่กำลังจะไปประจำการ และพวกที่ถูกปลดประจำการแล้ว พวกที่สโมสรอื่นๆ ก็เอาตามกันบ้าง แต่เกมการแข่งขันในอดีต ค่อนข้างจะเป็นการเล่นกันสนุกๆ ในปาร์ตี้น้ำชาของบ่ายวันเสาร์ มากกว่าที่จะเป็นเกมการแข่งขันอย่างจริงจัง ลูกขนไก่ที่ใช้ในช่วงนั้น เป็นลูกที่ยังหยาบอยู่มาก และมีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็แตก ต่างกันออกไปในระยะการลอยของลูก แต่ยังเป็นปัญหาสำหรับผู้เล่นอยู่ มีบทความในนิตยสารฉบับหนึ่ง แนะว่าผู้เล่นควร จะใช้ลูกที่มีน้ำหนักประมาณหนึ่งออนซ์ครึ่ง ถึงสองออนซ์ ก่อนที่จะติดขนไก่เข้าไป ควรเอาไปทากาว แล้วก็ร้อยเชือก เป็นตะเข็บเข้าออก เพื่อช่วยยึดขน ตามความคิดเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญนั้นวิธีการนี้จะทำให้ลูกขนไก่ทนทานมากยิ่งขึ้น และลอยได้ไกลขึ้นด้วย เป็นหลักฐานยืนยันว่า ลูกขนไก่ในสมัยนั้น ลอยได้ไกลมากกว่าลูกขนไก่ในปัจจุบัน

ในปี 1893 สมาคมแบดมินตันแห่งอังกฤษก่อตั้งขึ้น และการแข่งขันแบดมินตันออลอิงแลนด์ ก็ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรก ในปี 1899 ลูกขนไก่เริ่มมีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับสโมสรที่ก่อตั้งกันขึ้นมาใหม่มากมาย แม้ว่าจะไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก ลูกขนไก่คุณภาพดีของยุคนั้น บางส่วนผลิตในฝรั่งเศส ที่ซึ่งกีฬาแบดมินตันมีการเล่นอยู่ ในบางปีลูกขนไก่ที่ผลิตขึ้นนั้นมีชื่อว่า บาร์เรลเพราะมีลักษณะเหมือนถึงใช้ขนไก่กันอยู่เหมือนเดิม โดยการสอดเข้าไปในไม้ก๊อก และเอาด้านเรียบของ ขนออกด้านนอก เรียงรอบไม้ก๊อกเป็นวงกลมเหมือนกับรูปถังไม้ ทำให้มันถูกเรียก เช่นนั้น ลูกขนไก่เหล่านี้ส่วนมากเย็บตะเข็บติดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่มีประโยชน์อะไรนัก และเย็บรอบ ๆ ยอดของก้านขนที่ฐาน มีการบันทึกเอาไว้เป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการเย็บรอบขน เพื่อ ยึดให้แน่น และไม่มีการบันทึกว่าผู้ผลิตเป็นครั้งแรกนี้มี ชื่อว่าอะไร แม้ว่าเขาจะทำให้ลูกขนไก่ได้คุณภาพ และรูปร่างมาตรฐานแล้ว มีการออกแบบสร้างลูกขนไก่อย่างแน่นอนขึ้น แม้ว่าน้ำหนักลูกจะยัง ไม่ใช่สิ่งสำคัญอยู่ เหมือนเดิมก็ตาม ช่วงนั้นที่ฐานของลูกคลุมเอาไว้ด้วย หนังชามัวส์ฝรั่งเศส อย่างดี ส่วนตรงขนก็ทำจากขนไก่ ซึ่งมีความทนทานไม่มากนัก แต่หลังจากนั้นอีกสองสามปี ก็มีการเปลี่ยนมาใช้ขนส่วนปีกของห่านแทนเพราะมันกลายเป็นตำรับอาหาร ชั้นเลิศของชาว ฝรั่งเศสอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยมกันมาก เป็นไปได้ที่ลูกขนไก่ที่ทำ จากขนห่าน รุ่นแรกก็มาจาก ฟาร์มเหล่านี้ ทำให้มันกลายเป็นลูกขนไก่ที่มีคุณภาพ มาก แล้วก็ถูกนำไปใช้ ในโรงงานทำ ลูกขนไก่อย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมาเลิก ใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง

ในช่วงที่เพิ่งเริ่มมีการแข่งขันใหม่ๆ ในอังกฤษบรรดาผู้เข้าแข่ง ต่างมีปัญหากับการลอยของลูกขนไก่บาร์เรลกันมาก ยังมีลูกขนไก่ แบบนี้เหลืออยู่ในปัจจุบันบ้างเล็กน้อย เมื่อนำมาทดสอบระยะการลอยของลูก ซึ่งสร้างในปี 1911 ปรากฏว่าลูกพุ่งไป ได้ 55 ฟุต ในการตีด้วยแรงธรรมดาของผู้เล่น ในขณะที่ลูกขนไก่ในปัจจุบัน พุ่งไปได้ 42 ฟุต ดังนั้นคงพอสรุปได้ว่า การแข่งขันในยุคนั้น คงจะเร็วและหนักหน่วงมาก เพื่อการทำให้ลูกไปตกที่เส้นท้ายคอร์ตตลอดเวลา ลูกขนไก่บาร์เรลถูกใช้ในการแข่งขันออลอิงแลนด์ครั้งแรกด้วย แต่อายุการใช้งานของมันค่อนข้างสั้น และระยะการลอยไม่เท่ากัน จึงไม่ใช่ลูกที่สมบูรณ์มากที่สุด

ในปี 1909 หลังจากที่สมาชิกของ สมาคมแบดมินตันแห่งอังกฤษ มีการปรึกษาหารือกันถึงลูกขนไก่ชนิดใหม่ ซึ่งเป็นต้นแบบของลูกขนไก่ที่ใช้ในปัจจุบัน ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันแทน ลูกขนไก่แบบใหม่นี้ผลิตในอังกฤษโดย เอฟ.เอช. อายเรส ขนที่ใช้ก็ยังเป็นขนห่านเหมือนเดิม แต่ติดขนด้านเรียบไว้ด้านใน เพื่อการเย็บให้โค้ง ตามรูปขนนกที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ลูกขนไก่เหล่านี้ทำด้วยมือทั้งหมด ไม้คอร์กที่ใช้ก็เป็นไม้คุณภาพดีที่ใช้กับจุกไวน์ชั้นหนึ่ง ถูกทำให้เป็นรูปโดมด้วยเครื่องกลึง และครอบอีกครั้งด้วยหนังอย่างดี การผลิตค่อยๆ พัฒนาต่อไปช้าๆ ในแต่ละปี สำหรับใช้ในการแข่งขันแบดมินตัน ออลอิงแลนด์จนถึงปี 1938

 

Additional information